“เรียนรู้ในการตอบสนองต่อกษัตริย์พระเมสสิยาห์”

Notes
Transcript
Sermon Tone Analysis
A
D
F
J
S
Emotion
A
C
T
Language
O
C
E
A
E
Social
“เรียนรู้ในการตอบสนองต่อกษัตริย์พระเมสสิยาห์”
คริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพ/ แองลิกันลาดกระบัง
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2022
1 ซามูเอล 18
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Word Count 5,871 ; Time 50 minutes (117 คำต่อนาที)
พระเจ้าสถิตกับท่าน [และสถิตกับท่านด้วย]
อาทิตย์ที่แล้ว เราได้เรียนรู้เรื่องราวของดาวิดกับโกลิอัท ที่เผชิญหน้ากันที่หุบเขาเอลาห์
พระคัมภีร์บรรยายดาวิดว่าเป็นคนหนุ่ม ผิวแดงๆ รูปร่างงามน่าดู ความจริงเป็นการบรรยาย รูปลักษณ์ของดาวิดโดยคนฟีลิสเตียในเชิงดูถูก (ข้อ 42) แน่นอนเป็นการดูถูกรูปลักษณ์ภายนอกของดาวิด เมื่อเปรียบเทียบกับโกลิอัท ที่พระคัมภีร์บรรยายว่า เขาสูงมากกว่า 3 เมตร ใส่เสื้อเกราะหนัก 57 กิโลกรัม ถือหอกไม้ที่ปลายหอกเป็นเหล็กหนักประมาณ 7 กิโลกรัม
โกลิอัทร้องท้าทายและหมิ่นพระนามพระยาห์เวห์อยู่ 40 วัน ในขณะที่กษัตริย์ซาอูลและบรรดาทหารอิสราเอลตกใจและหวาดกลัวยิ่งนัก (ข้อ 11) ทั้งกษัตริย์ซาอูลและคนอิสราเอลทั้งสิ้น ต่างกลัว โกลิอัท
พี่น้องครับ มนุษย์มักจะหลงมองดูแต่สิ่งที่อยู่ภายนอกครับ แต่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรที่สิ่งที่อยู่ภายใน ชีวิตของเราไม่เคลื่อนไปข้างหน้าตามน้ำพระทัยพระเจ้า เพราะ ความกลัว ครับ มารซาตานขู่ให้เรากลัว เหมือนอย่าง โกลิอัท ตัวสูงใหญ่ขู่ให้อิสราเอลและกษัตริย์ซาอูลกลัวได้ กว่า 40 วัน ไม่กล้าทำอะไร
อาจารย์เปาโลได้เตือนผู้เชื่อในโครินธ์ครับ ในจดหมายฝากของท่านใน 2โครินธ์ 5:7 “7เพราะว่าเราดำเนินโดยความเชื่อ ไม่ใช่โดยสิ่งที่มองเห็น” ถ้าเรามองด้วยสายตา โกลิอัท ทำให้เราต้องกลัวและไม่กล้าไปต่อกับพระเจ้า แต่โดยความเชื่อ อย่างที่ดาวิดมี โกลิอัทก็จบชีวิตลงได้ด้วยสลิงและหินเกลี้ยงเพียงก้อนเดียว
พี่น้องที่รักครับ โกลิอัท ในชีวิตของเราคืออะไรครับ สิ่งที่มารซาตาน วางไว้และขู่ให้เรากลัว ไม่กล้าที่จะไปต่อกับพระเจ้า ไม่กล้าที่จะตัดสินใจทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า คืออะไรครับ คำเทศนาของอาจารย์นพดลในสัปดาห์ที่แล้วมีอยู่สามสิ่งด้วยกันนะครับ คือ ค่านิยม มุมมอง และเป้าหมายครับ สามสิ่งนี้ฉุดเราไว้ ไม่ให้เราถวายตัวกับพระเจ้าครับ ไม่กล้าไปต่อกับพระเจ้า ถ้าเรามองให้ดีๆ เราจะพบว่า ทั้งค่านิยมของโลกนี้ มุมมองที่ขัดกับพระคัมภีร์ และ เป้าหมายที่อยู่เพียงเพื่อตัวเอง ครับ คือ โกลิอัทตัวใหญ่ในชีวิตของเราครับ หลายคนไปต่อไม่ได้ น่าเสียดาย ทั้งๆที่ พระเจ้าเตรียมสิ่งดีกว่า และสิ่งที่ดีที่สุดรอไว้ให้ แต่เรากลัว ไม่กล้าไปต่อกับพระเจ้า น่าเสียดายครับ ติดหล่มอยู่ที่หุบเขาเอลาห์ จะถอยหลังกลับก็ไม่ได้ รู้อยู่ว่าพระเจ้าเป็นความจริง ไม่กล้าปฏิเสธพระเจ้า แต่จะไปต่อ ก็ไม่กล้าไปต่อ กลัวโกลิอัทอยู่ข้างหน้า เสียเวลาปักหลักติดหล่มอยู่ที่หุบเขาเอลาห์อยู่ สี่สิบวัน
วันนี้เรามาต่อกันที่บทที่ 18 ครับ ตอนต่อจากครั้งที่แล้ว หลังจากดาวิดรบชนะโกลิอัท ตัดศีรษะและนำมาเข้าเฝ้ากษัตริย์ซาอูล กษัตริย์ซาอูลก็ถามนายทหารคนสนิทครับ ว่า ชายหนุ่มคนนี้ เป็นลูกใคร ? ทำเหมือนกับว่าไม่รู้จักดาวิดนะครับ ทั้งๆที่ ดาวิดเคยเข้ามาดีดพิณให้ซาอูล รักษาอาการคลุ้มคลั่งของซาอูลในบทที่ 16
ธีมในบทที่ 18 เราจะพบวลีซ้ำๆ นะครับ ที่ถูกย้ำเน้น ครับ ในบทที่ 18 ถึงสามครั้ง “พระยาห์เวห์สถิตกับดาวิด...” ย้ำสามครั้งเป็นการเน้น
ข้อที่ 12 “ซาอูลก็ทรงกลัวดาวิด เพราะว่าพระยาห์เวห์สถิตกับเขา”
ข้อ 14 “ดาวิดประสบความสำเร็จในทุกทาง เพราะพระยาห์เวห์สถิตกับเขา”
ข้อ 28“ซาอูลทรงเห็นและทราบว่า พระยาห์เวห์สถิตกับดาวิดและมีคาลพระราชธิดาของซาอูลทรงรักเขา”
เราทราบว่าพระยาห์เวห์เลือกและเจิมดาวิด ในบทที่ 16 และ พระยาห์เวห์สถิตกับดาวิด ตลอดทั้งบทที่ 17 และ 18
เช้าวันนี้เราจะเข้ามาดูการตอบสนอง สองแบบครับ สำหรับการตอบสนองต่อการแผนการพระเจ้าในการเจิมตั้งดาวิด และ พระยาห์เวห์สถิตกับดาวิด แต่ก่อนที่เราจะรับพระคำพระเจ้า ให้เราร่วมใจกันอธิษฐานครับ
“พระเจ้าผู้ทรงพระคุณ โปรดประทานหัวใจที่ถ่อม ยินดีรับการสอน และใจที่เชื่อฟัง ในขณะที่ลูกรับการเปิดเผยและสำแดงจากพระคำของพระองค์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอทรงประทานกำลังที่ลูกจะสามารถกระทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงเปิดเผยและสำแดง ให้เป็นจริงในชีวิตของลูก ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน”
ก่อนที่เราจะเข้าสู่บทที่ 18 ในเช้าวันนี้ ให้เราได้ทบทวนบทก่อนหน้า เพื่อที่เราจะเข้าใจบริบทก่อน จะทำให้เราประยุกต์ใช้ในบทที่ 18 อย่างเหมาะสม
ในบทที่ 16 ดาวิดได้รับการเจิมให้เป็นกษัตริย์โดยผู้เผยพระวจนะซามูเอล หลังจากที่พระยาห์เวห์ได้ตรัสกับซาอูลผ่านทางซามูเอลครับในบทที่ 15: 28 ว่า “ในวันนี้พระยาห์เวห์ได้ทรงฉีกราชอาณาจักรอิสราเอลเสียจากท่านแล้ว และทรงมอบให้แก่ผู้อื่นที่ดีกว่าท่าน”
“ผู้อื่นที่ดีกว่าท่าน” ผู้อื่นที่ดีกว่าเจ้า ซาอูล พระเจ้าตรัสต่อหน้าซาอูล
ในกิจการ 13: 22-23 อาจารย์เปาโลได้บรรยายเหตุการณ์นี้ในคำเทศนาประกาศของท่านกับชาวเมืองอันทิโอกว่า “22เมื่อทรงถอดซาอูลแล้ว พระองค์ทรงตั้งดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ของพวกเขา และทรงเป็นพยานกล่าวถึงดาวิดดังนี้ ‘เราพบว่าดาวิดบุตรของเจสซีเป็นคนที่ใจเราชื่นชอบ(a man after God’s own heart) เป็นคนที่จะทำให้ความประสงค์ของเราสำเร็จทุกประการ’ 23และจากเชื้อสายของดาวิดนี้ พระเจ้าประทานผู้ช่วยให้รอดคือพระเยซูผู้ทรงบังเกิดมาเพื่อชนชาติอิสราเอลตามพระสัญญาของพระองค์”
พี่น้องที่รักครับ ดังนั้น ความสำคัญของดาวิด ที่ได้รับการเจิมตั้งให้เป็นกษัตริย์แทนที่ ซาอูล ไม่ใช่แค่ Plot เรื่องในนิยายหนังจีนกำลังภายใน การแย่งชิงบังลังก์ เท่านั้นนะครับ มีอะไรมากกว่าแค่ที่ตามองเห็น
ความสำคัญ ของการเป็นกษัตริย์ของดาวิด คือ ก็เพราะว่า พระประสงค์ของพระเจ้า ที่จะให้แผนการความรอดของพระองค์ พันธสัญญานิรันดร์ที่จะทรงกระทำกับกษัตริย์ดาวิดสำเร็จ พระเจ้าประทานพระผู้ช่วยให้รอด พระเมสสิยาห์ จากเชื้อสายของดาวิด คือพระเยซูคริสต์ ตามพระสัญญาของพระองค์
ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์ตอนนี้ จากเลนส์ของอาจารย์เปาโล ในกิจการ 13 เราจะพบความจริงที่พระเจ้าสำแดง เปิดเผยครับ
ความจริงคือ ดาวิด เป็นตัวแทนของพระเมสสิยาห์ ว่าที่กษัตริย์ ผู้ได้รับการเจิมจากพระเจ้า ตอนที่ซามูเอลบอกกับซาอูลว่า พระเจ้าจะฉีกราชอาณาจักรอิสราเอลออกจากท่าน ซาอูลยังไม่รู้นะครับ ว่าใครจะเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ที่จะมาแทนเขา คนที่พระเจ้าบอกว่า ที่ “ดีกว่าซาอูล”
บทที่ 16 และ 17 เราเห็นว่า ดาวิด เริ่มมีบทบาทมากขึ้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายตาของคนอิสราเอลและซาอูล ในบทที่ 16 ดาวิด เป็น คนถือเครื่องอาวุธของซาอูล ดาวิดได้รับใช้ใกล้ชิดซาอูลเป็นนักดนตรีบำบัด ดีดพิณถวายซาอูล เมื่อวิญญาณชั่วเข้ามาทรมานซาอูล ทุกครั้งที่ดาวิดดีดพิณ อาการของซาอูลก็จะดีขึ้น พระคัมภีร์บันทึกว่า ซาอูลทรงรักดาวิดมาก ทรงพอใจดาวิดอย่างมาก
บทที่ 17 ดาวิดรบชนะโกลิอัท ชัยชนะเหนือศัตรูสำคัญของอิสราเอล ช่วยเหลือชนชาติอิสราเอลจากฟีลิสเตีย ชัยชนะต่อโกลิอัทเปลี่ยนชีวิตดาวิดตลอดไป ดาวิดกลายเป็นวีรบุรุษแห่งชาติไปแล้ว จากเด็กหนุ่มที่ไม่มีใครให้ความสำคัญ แม้กระทั่งคุณพ่อและพี่ชาย ส่งไปเลี้ยงแกะในทุ่ง คอยส่งข้าวส่งเสบียรให้พี่ชายตามคำสั่งคุณพ่อเจซซี
บทที่ 18 วันนี้ ดาวิด เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นแล้วในราชอาณาจักร กลายเป็นคนสำคัญ ทุกคนรักดาวิด ทั้งอิสราเอล ลูกชายและลูกสาวของซาอูล และเราเริ่มเห็น การตอบสนองจาก คนกลุ่มต่างๆที่อยู่ในอำนาจ
ในเช้า / บ่ายวันนี้ เรามาดู คนที่เป็นตัวแทน คนสองประเภท ที่ตอบสนองต่อ ดาวิดที่ช่วยปลดปล่อยอิสราเอลจากฟีลิสเตีย ซึ่งก็คือ ซาอูล และ ลูกชายของเขา โยนาธาน
โครงสร้างหลักในบทที่ 18 ข้อที่ 1 เริ่มต้นด้วย โยนาธาน ก่อน และ ข้อที่ 2 ตามมาด้วย ซาอูล เหมือนจะแนะนำ โยนาธาน และ ซาอูล ให้เห็นความแตกต่างกัน จากนั้น ข้อ 3-4 เราเห็น การตอบสนองของโจนาธานต่อดาวิด และ ข้อ 5-จบบท การตอบสนองของซาอูลต่อดาวิด ซึ่ง plot เรื่องจะยาวหน่อย
เราเห็นภาพของการตอบสนองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ของสองคนนี้ โยนาธาน และ ซาอูล
พระธรรมซามูเอลต้องการจะเปิดเผยว่า กษัตรย์อิสราเอลที่มาจากยูดาห์คือ เชื้อสายของพระเมสสิยาห์ที่แท้จริง พระเมสสิยาห์ที่จะเป็นกษัตริย์ปกครองอยู่เหนือประชากรของพระเจ้า และกษัตริย์พระเมสสิยาห์พระองค์นี้ พระเจ้าทรงเลือกให้สืบเชื้อสายผ่านทางกษัตริย์ดาวิด ไม่ใช่ซาอูล จากเผ่าเบนจามิน ถ้าเราอ่านตลอดทั้งเล่มใน หนึ่งและสองซามูเอล เราจะพบว่า แม้ว่าหลังจากที่กษัตริย์ซาอูลสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ดาวิดได้เป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอล อิสราเอลยังคงปฏิเสธกษัตริย์ที่มาทางเชื้อสายของดาวิด หลังจากพ้นจากยุคของกษัตริย์โซโลมอน พระโอรสของดาวิด อาณาจักรก็ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน อาณาจักรเหนือหรือ ที่เรียกว่า อิสราเอล ประกอบด้วยสิบเผ่า แน่นอนครับ และอาณาจักรใต้ ที่เรียกว่า ยูดาห์ อาณาจักรยูดาห์ที่สืบเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิด
ถ้าเราดูตลอดประวัติศาสตร์ชนชาติอิสราเอล เราก็จะพบความจริงที่น่าเศร้าก็คือ ยังมีคนเหมือนซาอูลครับ คือ ปฎิเสธ ความเป็นกษัตริย์ของดาวิด เราจะพบว่า สิบเผ่าทั้งหมด ในอาณาจักรเหนือ หรือ อิสราเอลนั้น กษัตริย์ทุกพระองค์ล้วนเป็นกษัตริย์ที่ชั่วช้าในสายพระเนตรพระยาห์เวห์ ไปนมัสการพระอื่น เพราะพวกเขาปฏิเสธแผนการความรอดของพระองค์ พระเมสสิยาห์จะมาจากวงศ์วานของกษัตริย์ดาวิด ผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้
พี่น้องครับ การตอบสนองของโยนาธาน และ ซาอูล ในบทนี้ สอนอะไรเราครับ เปิดเผยอะไรกับเรา ความจริงแล้ว เราเป็นคนกลุ่มไหน เราเป็นทีมโจนาธาน หรือ เราเป็นทีมซาอูล เราเป็นทีมอาณาจักรเหนือ อิสราเอล สิบเผ่า หรือ เราเป็นทีมอาณาจักรใต้ ยูดาห์ ยอมรับการเจิมตั้งของกษัตริย์ดาวิด เชื้อสายของพระเมสสิยาห์ อยู่ในแผนการความรอดของพระยาห์เวห์
พระคัมภีร์ซามูเอลทั้งเล่ม แท้จริงแล้ว กำลังบอกกับอาณาจักรเหนือ อิสราเอล ว่า พระเจ้าได้มอบราชอาณาจักรให้กับยูดาห์แล้วผ่านทางดาวิด และจะสถาปนาอาณาจักรนิรันดร์ผ่านทางดาวิด ความจริงที่สำคัญคือ เราจะตอบสนองอย่างไรต่อการเปิดเผย สำแดงนี้จากพระยาห์เวห์
เราจะตอบสนองด้วยความรักภักดีและสวามิภักดิ์ต่อพระเมสสิยาห์ เหมือนอย่างโยนาธาน
หรือ เราจะตอบสนองด้วยความริษยา ยังคงรักษาบันลังก์ที่ไม่ใช่ของเราแล้วแล้ว และปฎิเสธพระเมสสิยาห์ เหมือนอย่างกษัตริย์ซาอูล
พระคัมภีร์ในซามูเอล เปิดเผยจากพระเจ้าครับ ให้เราทุกคนหันกลับมาหาพระเมสสิยาห์ กลับมารักและภักดีต่อกษัตริย์พระเมสสิยาห์ ที่สืบพงศ์พันธุ์จากกษัตริย์ดาวิด
อย่างที่ผมบอกครับ เรื่องราวระหว่างซาอูลกับดาวิด เปิดเผยความจริงในฝ่ายวิญญาณ มากกว่าแค่ พร็อตเรื่อง การชิงราชบันลังก์ หรือ ดาวิดล้มโกลิอัท เพียงเท่านั้น ครับ
บทเรียนนี้สอนอะไรเราครับ เราเป็นทีมโจนาธาน หรือ เราเป็นทีมซาอูลครับ ?
ความจริงฝ่ายวิญญาณคือ พระเจ้าได้ถอดถอนเราจากความเป็นกษัตริย์เหมือนที่พระเจ้าถอดถอนซาอูล อื้ม อะไรนะ ใช่ครับ
เราไม่ได้ปกครอง ครอบครองสิ่งทรงสร้างนี้ โลกนี้ แล้วครับ แม้ดูเหมือนว่ามนุษย์ยังครอบครองอยู่ ตั้งแต่ที่อาดัมบรรพบุรุษของเรา ในปฐมกาล 3 อาดัมและเอวา ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อครอบครองฝูงปลาในทะเล ฝูงนกในอากาศ สัตว์ใช้งาน และสัตว์ต่างๆบนแผ่นดินโลก ได้รับพระพรมากมาย เหมือนโอกาสที่ ซาอูลได้รับ เขามีทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ต้องการ รับพระพรอย่างมาก โลกที่ครั้งหนึ่งเคยปราศจากความบาปและความตาย โลกที่พวกเขาครั้งหนึ่งเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีและถูกต้องกับพระผู้สร้าง พระยาห์เวห์
พี่น้องครับ เราถูกสร้างมาเพื่อมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า อยู่กับพระเจ้า ให้รู้จักพระเจ้าและรักพระเจ้า เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงรู้จักเราเป็นอย่างดีและรักเรา ชีวิตที่เป็นพระพรเหล่านี้ ชีวิตที่ครบบริบูรณ์ตามพระสัญญานี้ มีเงื่อนไขครับ เงื่อนไขเดียวครับ คือ เราต้องยอมรับความเป็นกษัตริย์ของพระยาห์เวห์ในชีวิตของเราครับ โดยมีชีวิตที่เชื่อฟังพระเจ้า ชีวิตที่รักภักดีและยอมจำนนกับพระเจ้าครับ
อาดัมล้มเหลวและพลาดเงื่อนไขนี้ครับ เขาเลือกตัวเองให้มาก่อนพระเจ้า เขาแทนที่พระเจ้าที่นั่งบนบันลังก์ใจของเขา ด้วยตัวเขาเอง มนุษย์ปรารถนาจะเป็นพระเจ้าซะเองครับ ไล่พระเจ้าจากบันลังก์ใจของเราและ ขึ้นไปนั่งแทนพระเจ้า ปฎิเสธพระเจ้า ไม่ยอมให้พระเจ้าเข้ามาครอบครองชีวิตของเขาอีกต่อไป
ผลที่ตามมา ครับ เราทั้งหลายต่างรู้ดี คำแช่งสาปและการพิพากษาในปฐมกาล 3 ครับ มนุษย์ถูกตัดขาดและแยกจากพระเจ้า โลกนี้เต็มไปด้วยคำแช่งสาป โลกที่แตกสลายไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปสู่ความพินาศ และความตาย ที่คริสเตียนเราเรียกว่า กำลังรับผลของความบาป
อาณาจักรของเราเอง ที่ปฎิเสธพระเมสสิยาห์ เหมือนอย่างอาณาจักรเหนือ อิสราเอลที่ปฎิเสธ ความเป็นกษัตริย์ของดาวิด เหมือนอย่าง อาดัม อาณาจักรของอาดัมที่ปฎิเสธความเป็นกษัตริย์ของพระยาห์เวห์ ที่เราอาศัยอยู่ มันจบลงแล้ว ครับ ซาอูลในพระคัมภีร์ตอนนี้ ความจริงคือตัวแทน พวกเรานี้แหละครับ ที่ล้มเหลวในการยอมรับความเป็นกษัตริย์ องค์เจ้านาย ของพระเมสสิยาห์ในชีวิตของเราที่มีดาวิดเป็นตัวแทน
พระเจ้าได้มอบอาณาจักรนี้ ให้กับกษัตริย์พระองค์ใหม่แล้วครับ มีดาวิดเป็นตัวแทน คือ พระเยซูคริสต์ ผู้ทรงสืบเชื้อสายมาจากดาวิด และไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากอาดัม และไม่มีส่วนในความล้มเหลวและความกบฎของอาดัม พระเยซูผู้ทรงบังเกิดจากหญิงพรหมจารี พระเยซู เสด็จมารับสภาพมนุษย์ที่สำแดง ความชอบธรรม ความสัตย์ซื่อ ความรัก และ การเชื่อฟัง อย่างครบถ้วนบริบูรณ์ สิ่งที่ทั้ง อาดัม ซาอูล ดาวิด และ พวกเราล้มเหลว ครับ พระเยซูทรงทนทุกข์ผ่านคำแช่งสาปของความตาย และการถูกตัดขาดจากพระเจ้า ทนทุกข์ต่อการพิพากษาที่ไม้กางเขนเพื่อชดใช้ให้กับเราทุกคน รวมทั้งซาอูลและดาวิดด้วยครับ
พระเยซูผู้ทรงพระชนม์และปกครองอยู่ กษัตริย์ที่แท้จริงผู้ทรงปลดปล่อยเราทุกคนจากความตายและความพินาศ
ดังนั้น ความรักภักดีที่เรามีต่อกษัตริย์เมสสิยาห์ เหมือนอย่างที่ โจนาธานมีต่อดาวิด คือการที่เรากลับมาอยู่ในอาณาจักรของพระเยซู ได้รับพระพรอีกครั้งหนึ่งตามพระสัญญาเหมือนอาดัมกับเอวาที่สวนเอเดน พระเยซูเสด็จมาเพื่อพาเรากลับไปสู่สภาพรื้อฟื้น พาเรากลับเข้าไปในแผ่นดินของพระเจ้า ที่ครั้งหนึ่งอาดัมและเอวา ปฎิเสธ
สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องตอบสนองอย่างไร ? ตอบสนองด้วยความรัก ความสัตย์ซื่อ มีชีวิตที่ตอบสนองและซาบซึ้งในสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อเรา
หรือ เราจะตอบสนองด้วยการอิจฉากษัตริย์ของเราเอง หวงความเป็นกษัตริย์ปกครองเหนือชีวิตของเราเอง ปฎิเสธความเป็นกษัตริย์ของพระคริสต์ในชีวิตของเรา
เราจะเหมือน ซาอูล หรือเปล่า ต่อต้านพระเมสสิยาห์
ในข้อที่ 1 เราเห็นการตอบสนองของโยนาธานครับ
“1เมื่อดาวิดทูลซาอูลเสร็จแล้ว พระทัยของโยนาธานก็ผูกพันกับจิตใจของดาวิด และโยนาธานทรงรักดาวิดอย่างรักชีวิตของพระองค์”
เมื่อโยนาธานได้ยินสิ่งที่ดาวิดพูดกับคุณพ่อทั้งสิ้นแล้ว เขาก็รักดาวิดอย่างมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างโยนาธานและดาวิด เป็นความสัมพันธ์แบบมิตรภาพที่สวยงามที่สุด พระคัมภีร์บันทึกว่า “...พระทัยของโยนาธานก็ผูกพันกับจิตใจของดาวิด และโยนาธานทรงรักดาวิดอย่างรักชีวิตของพระองค์เอง”
โยนาธานทรงรักดาวิด เหมือนอย่างรักชีวิตของตัวเอง เขารักดาวิดไม่ใช่เพียงเพราะดาวิดช่วยปลดปล่อยอิสราเอลได้สำเร็จจากฟีลีสเตีย เขารักดาวิดไม่ใช่เพราะเขาจะได้ประโยชน์อะไรจากดาวิด เขารักภักดีต่อดาวิด เพราะในตัวตนที่ดาวิดเป็น
โยนาธาน เลือกที่จะตอบสนองด้วยความชอบธรรมและสติปัญญา เมื่อเทียบกับคุณพ่อของเขา ซาอูล
ถ้าย้อนกลับไปในบทที่ 13 ซาอูลขี้ขลาด ขาดความเชื่อ ด้วยความกลัวพวกฟีลีสเตีย ก็ทำการถวายเครื่องบูชาผิดกฎ ทำหน้าที่แทนซามูเอลที่เดินทางมาล่าช้า ในขณะที่ โยนาธาน ไม่กลัวฟีลีสเตีย และรบอย่างกล้าหาญ และนำชัยชนะมาสู่อิสราเอล โยนาธาน คงเห็นตัวเองในดาวิด ที่กล้าหาญ และนำชัยชนะมาสู่อิสราเอล เห็นความรักพระเจ้าในชีวิตของดาวิด รบเพื่อพระนามพระเจ้า
ความจริงโยนาธาน ควรจะมีความคิดแบบเดียวกันกับพ่อ เพราะโยนาธานคือ ผู้สืบบันลังก์ต่อจากซาอูล เขาควรจะร่วมมือกับซาอูลกำจัดดาวิดด้วยซ้ำ เพราะเป็นภัยคุกคามบันลังก์ในอนาคตของเขา แต่เราไม่เห็นสิ่งนี้ในตัวโยนาธาน ท่านเลือกที่จะรักภักดีต่อดาวิด ด้วยความรักที่ปราศจากความเห็นแก่ผลประโยชน์ตัวเอง
ความรักภักดีแบบโยนาธาน แบบนี้แหละครับ ที่พระเจ้าทรงเรียกร้องจากชีวิตของเราต่อกษัตริย์ที่แท้จริง คือพระเยซู คริสต์ ความรักแบบนี้แหละครับ ที่เราล้มเหลว แต่ขอบคุณพระเจ้าครับ พระเยซูทรงสำแดงความรักแบบนี้ให้กับเราก่อน เพื่อที่เราจะเริ่มต้นตอบแทนกลับความรักแบบนี้ที่เราได้รับมาก่อน คืนกลับพระองค์ได้
เราดู ซาอูลบ้างครับ ในข้อที่ 2
“2และวันนั้นซาอูลก็ทรงกักตัวดาวิดไว้ ไม่ยอมให้กลับไปบ้านบิดาของเขา”
ความรักของโยนาธานที่มีต่อดาวิด ตรงกันข้ามกับซาอูลโดยสิ้นเชิง ในบทที่ 16 พระคัมภีร์บันทึกนะครับ ว่าซาอูลก็รักดาวิดเหมือนกัน ข้อ 21-23
“21ดาวิดก็มาเฝ้าซาอูลและเข้ารับราชการ ซาอูลก็ทรงรักดาวิดมาก ดาวิดก็ได้เป็นคนถือเครื่องอาวุธของซาอูล 22และซาอูลทรงส่งข่าวไปยังเจสซีว่า “ขอให้ดาวิดอยู่รับราชการกับเรา เพราะเขาเป็นที่โปรดปรานของเรา” 23ต่อมาเมื่อวิญญาณจากพระเจ้ามาเหนือซาอูลเมื่อไร ดาวิดก็หยิบพิณใช้มือดีดถวาย ซาอูลก็ทรงรู้สึกบรรเทาลงและทรงดีขึ้น และวิญญาณชั่วก็ละจากพระองค์ไป”
ซาอูลก็รักดาวิดเหมือนกัน แต่ความรักของซาอูลคือ ซาอูลได้รับประโยชน์จากดาวิด ครับ รักเพราะตัวเองได้รับประโยชน์ ข้อ 2 ซาอูลก็คิดว่าจะเก็บดาวิดไว้ใช้งานในวังเลย เพื่อตัวเอง ความรักนี้ไม่ยั้งยืนครับ ความรักแบบเห็นแก่ตัว เพราะเมื่อซาอูลเริ่มรู้แล้วว่า “คนที่ดีกว่าซาอูล” ตามคำพยากรณ์ของซามูเอล น่าจะเป็นดาวิด ในข้อที่ 6-9
“6เมื่อพวกเขากำลังกลับเข้ามา ดาวิดก็กลับจากการฆ่าคนฟีลิสเตีย พวกผู้หญิงก็ออกมาจากเมืองทั้งหมดของอิสราเอล ร้องเพลงและเต้นรำต้อนรับพระราชาซาอูลด้วยรำมะนา ด้วยเพลงร่าเริง และด้วยเครื่องดนตรี 7และพวกผู้หญิงร้องรับเมื่อเต้นรำกันว่า
“ซาอูลฆ่าคนเป็นพันๆ
และดาวิดฆ่าคนเป็นหมื่นๆ”
8ซาอูลกริ้วยิ่งนัก คำที่ร้องนี้ไม่เป็นที่พอพระทัยพระองค์เลย พระองค์ตรัสว่า “พวกเขายกย่องดาวิดว่าฆ่าคนเป็นหมื่นๆ ส่วนเราเขาว่าฆ่าแต่เพียงเป็นพันๆ นอกจากราชอาณาจักรแล้ว ดาวิดจะได้อะไรอีกเล่า” 9ซาอูลก็ทรงจับตาดูดาวิดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป”
ความรักก็กลับกลายเป็นความริษยา นำไปสู่ ความโกรธ การฆาตกรรมและ ความกลัวในที่สุด
เรามาดูการตอบสนองของโยนาธาน ในข้อ 3-4 ครับ
“3แล้วโยนาธานก็ทรงทำพันธสัญญากับดาวิด เพราะพระองค์ทรงรักเขาอย่างกับรักชีวิตของพระองค์ 4โยนาธานก็ทรงถอดเสื้อคลุมที่พระองค์ทรงใส่ พร้อมทั้งเครื่องอาวุธ แม้แต่ดาบ คันธนู และเข็มขัดประทานแก่ดาวิด”
ความรักภักดีของโยนาธานต่อดาวิด นำไปสู่พันธสัญญา พันธสัญญาเป็นความสัมพันธ์ทั้งพระพรและเงื่อนไขข้อตกลงที่ผูกมัดคนทั้งสองไว้ ส่วนใหญ่ในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม เวลาพูดถึงคำว่า พันธสัญญา เราก็ต้องคิดถึง พันธสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำกับมนุษย์ พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และทรงฤทธานุภาพ มาทำพันธสัญญากับมนุษย์ผู้เล็กน้อย แต่พันธสัญญาระหว่างโยนาธานกับดาวิด เป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างมีเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกัน ความจริงแล้ว โยนาธานอยู่ในสถานะที่สูงกว่าดาวิดในเวลานั้น โยนาธานเป็นพระราชโอรสของกษัตริย์ ดาวิดเป็นเพียงคนสามัญ พระคัมภีร์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเนื้อหาของพันธสัญญา แต่ว่าเราเห็นในข้อที่ 4 นะครับ หลังจากทำพันธสัญญาแล้ว โยนาธานก็ ถอดเสื้อคลุม เครื่องอาวุธ ดาบ คันธนู และเข็มขัดให้กับดาวิด
มันเหมือนกับว่า เนื้อหาในพันธสัญญา โยนาธานจะยอมรับให้ดาวิด เป็นกษัตริย์ เหมือนกับว่า โยนาธานเป็นผู้ยอมสวามิภักดิ์กับกษัตริย์พระองค์ใหม่คือดาวิด
พี่น้องครับ ในเวลานั้น เครื่องอาวุธที่เป็นเหล็กหายากนะครับ ฟีลีสเตียที่มีกองทัพที่น่ากลัวก็เพราะว่า เขาเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเหล็กครับ ดังนั้นมีเพียงกษัตริย์และ ราชโอรส และนักรบแม่ทัพคนสำคัญนะครับ ที่สามารถครอบครอง เครื่องอาวุธ ดาบที่จากเหล็กกล้าได้ เหมือนถ้าเป็นยุคนี้ โยนาธานก็มอบ รหัสหัวรบนิวเคลียร์ให้กับดาวิด เสื้อคลุมตัวแทนของราชวงศ์ มอบให้ดาวิด สิ่งที่โยนาธานทำคือ สิ่งเหล่านี้ควรเป็นของกษัตริย์พระองค์ถัดไป โยนาธานยอมรับ ว่าดาวิดเป็นกษัตริย์ ดาวิดเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกมาแทนที่คุณพ่อ และโดยการกระทำนี้ โยนาธานกำลังบอกว่า ตนเองไม่ใช่กษัตริย์พระองค์ถัดไป
กลับมาที่ตัวเราครับ เราเองก็เป็นทั้งซาอูล และ โยนาธาน ครับ
บางคนและผมคิดว่าหลายคน ไม่อาจสรุปว่าทุกคนนะครับ มาเชื่อพระเจ้า มาหาพระเยซู เพราะเราได้รับพระพรจากพระเจ้าครับ พระเจ้าตอบคำอธิษฐาน ได้รับสันติสุข บางคนนอนไม่หลับ มาพบพระเจ้า นอนหลับสบาย บางคนป่วยเป็นโรค มาพบพระเจ้า พระเจ้ารักษาโรคหายอย่างอัศจรรย์ บางคนก่อนมาพบพระเจ้า เป็นคริสเตียน ชีวิตเต็มไปด้วยหนี้สิน ไม่มีความสุข มาพบพระเจ้าแล้ว พระเจ้าช่วยให้ในที่สุดได้รับการปลดปล่อยจากหนี้สิน ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น มาเชื่อพระเจ้าเพราะพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานอย่างอัศจรรย์ รู้เลยว่าพระเจ้าเป็นความจริง พระเจ้าเป็นจริง อธิษฐานต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิต
แต่คนส่วนมากจะหยุดอยู่ที่ซาอูลครับ เก็บดาวิดไว้ใช้งาน ยังรักดาวิดอยู่ เพราะดาวิดเป็นประโยชน์สำหรับตัวเอง ใช้งานดาวิด เพราะดาวิดทำอะไรก็สำเร็จ
ผู้เชื่อส่วนมาก มาหยุดอยู่ที่ซาอูล รักพระเยซู เพราะพระเจ้าตอบคำอธิษฐาน ได้รับพระพร ได้รับสันติสุขในใจ ได้รับสิ่งต่างๆมากมาย มาคริสตจักร แล้วสบายใจ เข้ากลุ่มแล้วดี มีเพื่อน แต่เราอย่าหยุดอยู่แบบซาอูล ยังคงครอบครองชีวิตตนเอง ไม่ยอมลงจากบันลังก์ใจ
“ใช้งานพระเจ้า แต่ไม่ยอมให้พระเจ้าใช้”
สิ่งใดยังได้ประโยชน์อยู่ ก็ฮาเลลูยา ขอบคุณพระเจ้า พอถึงช่วงที่ต้องจ่ายราคา เพื่อพระเจ้า ก็ไม่ยอม
ชีวิตของผู้เชื่อเหล่านี้ เหมือนอย่างที่อาจารย์นพดล เทศนาในสัปดาห์ที่แล้วครับ ติดหล่มอยู่ที่หุบเขาเลอาห์ จะถอยก็ไม่ถอย เพราะรู้ว่าพระเจ้าเป็นเรื่องจริง พระเจ้ามีจริง ความรอดมีจริง บึงไฟนรกมีจริง แต่จะไปต่อ ก็ไปต่อไม่ได้ เพราะกลัว โกลิอัท ชีวิตฝ่ายวิญญาณหยุดอยู่กับซาอูล ไม่ยอมไปต่อแบบ โยนาธาน
โยนาธานรักดาวิดเหมือนกัน ความรักของโยนาธานต่อดาวิด พระเมสสิยาห์ นำไปสู่ พันธสัญญา รักที่ยอมจำนนและจ่ายราคา โยนาธานยอมสละตำแหน่งว่าที่กษัตริย์ ให้กับดาวิด
เราจะไปต่อได้ เติบโตฝ่ายวิญญาณ ชีวิตที่ทะลุทะลวงเมื่อเรา ยอมยกบันลังก์ใจเราให้กับ พระเยซู ครับ กษัตริย์เมสสิยาห์จากเชื้อสายของดาวิด
“...โยนาธานก็ทรงทำพันธสัญญากับดาวิด เพราะพระองค์ทรงรักเขาอย่างกับรักชีวิตของพระองค์ 4โยนาธานก็ทรงถอดเสื้อคลุมที่พระองค์ทรงใส่ พร้อมทั้งเครื่องอาวุธ แม้แต่ดาบ คันธนู และเข็มขัดประทานแก่ดาวิด”
เราจะไปต่อได้เมื่อเรา ยอมรับพระเยซูให้เป็นกษัตริย์ที่แท้จริงในชีวิตของเรา ในครอบครัวของเรา ในธุรกิจของเรา ในการทำงานของเรา เท่านั้นครับ เราจึงจะไปต่อได้
เราเชื่อพระเจ้าแบบซาอูลอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าใช่ กลับใจใหม่ครับ ยอมรับพระเยซูให้เป็นองค์เจ้านายที่แท้จริงในชีวิตของเราครับ แล้วเราจะมีชีวิตที่เติบโต และไปต่อกับพระเจ้าได้
ตัวผมเองก็เคยเป็นแบบซาอูล ใช้พระเจ้า มาเชื่อพระเจ้าเพราะยอมจำนนว่า พระเจ้าเป็นความจริง พระเจ้าตอบคำอธิษฐานอย่างอัศจรรย์ เชื่อพระเจ้าแบบ พระเจ้าเป็นผู้อำนวยพรในชีวิต แบบซาอูลที่ใช้ดาวิดครับ
แต่ถ้าจะยอมให้พระเจ้าเป็นกษัตริย์ในชีวิตหรือเปล่า เราปฎิเสธพระเจ้าครับ ไม่ยอมลงจากบันลังก์ใจ เราให้พระเจ้าอวยพร แผนการที่เราวางไว้ให้สำเร็จ แต่เราไม่เคยถามพระเจ้าว่า แผนการนั้นเป็นไปตามน้ำพระทัยพระเจ้าหรือไม่ พอไม่ได้ดั่งใจเรา บางทีเราก็คลุ้มคลั่งแบบซาอูล เสียใจ เสียสติ เมื่อแผนการที่เราตั้งใจไว้ไม่สำเร็จ พระเจ้าไม่ได้อวยพรดั่งใจเรา ไม่เป็นไปตามความคิดของเรา พี่น้องเป็นมั้ยครับ
ชีวิตแบบนี้ไปต่อกับพระเจ้าไม่ได้ครับ จะยากลำบากมาก ชีวิตฝ่ายวิญญาณที่ติดหล่ม รอวันพินาศครับ
ผมเคยอธิษฐานบอกพระเจ้านะครับ ตอนที่ผมมาเชื่อพระเจ้าเมื่อเป็นนิสิตมหาวิทยาลัย ผมบอกพระเจ้าว่า ผมรู้ว่าพระเจ้าเป็นความจริง พระองค์มีอยู่จริง เรื่องราวของพระเยซูเป็นความจริง แต่ผมยังต้องการควบคุมชีวิตตนเองอยู่ ชีวิตผมยังมีแผนการ ผมต้องการร่ำรวย ประสบความสำเร็จในชีวิต ผมไม่ได้ต้องการที่จะยอมอยู่ภายใต้การทรงนำของพระองค์ ผมจะนำตัวเอง แต่ขอพระเจ้าอวยพรผม ตอบคำอธิษฐานผมเมื่อผมร้องขอ ชีวิตแบบซาอูลครับ ใช้ดาวิด ชีวิตผมช่วงนั้น ในความเชื่อ ลุ่มๆดอนๆครับ ไปโบส์ถ บ้างไม่ไปโบส์ถบ้าง สะดวกก็ไป ไม่สะดวกก็ไม่ไป เข้ากลุ่มเซล กลุ่มแคร์บ้าง ไม่เข้าบ้าง สะดวกก็ไป สบายใจก็ไป มีเพื่อนในกลุ่มเซลที่คุยรู้เรื่องก็ไป มีคนที่เราไม่ชอบหน้า ก็ไม่ไป รับใช้พระเจ้าบ้าง เมื่อเราพอทำได้ ไม่เดือดร้อน ตอนมีเพื่อนทำด้วยกัน แต่ถ้าต้องลำบากมากๆ ต้องจ่ายราคา เพื่อนไม่ไป เราก็ไม่ไป
พี่น้องเป็นแบบนี้อยู่มั้ยครับ ชีวิตไม่เติบโต ไม่ไปไหน จนสุดท้ายก็หลงหาย ครับ ออกจากทางพระเจ้า ไม่ไปคริสตจักรเลย แต่ยังอธิษฐานกับพระเจ้านะ เวลาชีวิตมีปัญหา และพระเจ้าก็ตอบคำอธิษฐานโดยพระคุณพระเจ้า
ผ่านไปหลายปี จนกระทั่งมีโอกาสกลับมาฟังข่าวประเสริฐอีกครั้ง ครั้งนี้ ฟังและตอบสนองแบบโยนาธาน พระวิญญาณทำงานในใจ เราเองก็เป็นผู้เชื่อที่นำตัวเอง ไม่ยอมให้พระเจ้านำมาก็หลายปี ชีวิตก็ไม่เห็นไปไหนเลย ยิ่งเดินก็ยิ่งออกห่างจากทางพระเจ้า ลักษณะชีวิตก็ไม่แตกต่างจากคนในโลกนี้ที่ไม่มีพระเจ้า เพียงแค่ไม่ยอมไปกราบไหว้รูปเคารพเท่านั้น
วันนั้นผมฟังข่าวประเสริฐด้วยใจแบบโยนาธาน น้ำตาไหล และ โมเมนต์ของโยนาธานก็มาถึง วันที่ผมมอบบันลังก์ให้พระเยซูนั่ง วันที่ผมมอบเสื้อคลุม เครื่องอาวุธ ดาบ ธนู ทั้งหมดที่ผมครอบครองให้พระคริสต์ แล้วบอกว่าต่อไปนี้ผมไม่นำชีวิตตนเองอีกต่อไปแล้ว ขอพระองค์ทรงนำชีวิตของผม ชีวิตรับการเปลี่ยนแปลงชั่วข้ามคืน ผมอธิษฐานขอคริสตจักรที่ผมจะเข้านมัสการ พระเจ้าทรงนำให้มานมัสการที่คริสตจักรไคร้สตเชิช ภาคอังกฤษ เวลา 7:30 ตั้งแต่มีโมเมนต์แบบโยนาธาน ผมไม่เคยขาดโบสถ์เลย ถ้าไม่มีภารกิจจริงๆ เช่นต้องเดินทางต่างประเทศ Business trip เมื่อเราถวายตัวให้กับพระเจ้า ผมสามารถตื่นแต่นอนเช้าในวันอาทิตย์เพื่อมานมัสการให้ทัน 7:30 น เพราะผมมีธุระในช่วงวันอาทิตย์ จนพระเจ้าให้ผมเป็นอิสระจากภารกิจในวันอาทิตย์ พระเจ้าทรงนำให้ภรรยามาเชื่อพระเจ้า พระเจ้านำให้ย้ายมาภาคภาษาไทย ทั้งหมด เป็นการทรงนำจากพระเจ้าจริงๆ พี่น้องครับ เมื่อเรามอบตนเองแบบโยนาธาน เสียงพระเจ้าตรัสกับเราชัดเจนมาก พระเจ้าทรงนำผมมาภาคภาษาไทย ก็เพื่อมีแผนการให้เป็นทีมบุกเบิกลาดกระบัง ได้มีโอกาสเทศนาสั่งสอนก็ที่นั้น ใช้พัฒนาของประทานก็ที่นั้น ได้เติบโตก็เพราะเมื่อเราถวายตนเองให้พระเจ้า แบบโยนาธาน
พระเจ้าทรงนำให้ถวายตัวรับใช้พระเจ้าเต็มเวลา เรียนพระคริสตธรรมที่สิงคโปร์ ชีวิตที่ได้รับการขัดเกลาความคิดความเข้าใจพระคัมภีร์อย่างลึกก็เกิดขึ้นที่นั้น กลับมารับใช้พระเจ้าที่ไคร้สตเชิช ทั้งหมดเป็นการทรงนำจากพระเจ้า เมื่อเรามอบ เสื้อคลุม เครื่องอาวุธ ดาบ ธนู ทั้งหมดที่เราครอบครองให้พระคริสต์
เมื่อเรามอบทุกสิ่งให้พระเจ้า เรากลับได้ทุกสิ่ง ชีวิตผู้รับใช้พระเจ้า ไม่ขาดแคลนสิ่งดีใดๆเลย พระเจ้าเมตตา พระคุณ
พี่น้องครับ ผมหนุนใจพี่น้องนะครับ พี่น้องที่ชีวิตฝ่ายวิญญาณติดกับดักอยู่ที่หุบเขาเลอาห์ อยู่ ให้ตัดสินใจถวายตัวให้พระเจ้าครับ ให้พระเจ้าเข้ามานำชีวิตเราจริงๆ ยอมจำนน และเชื่อฟังพระเจ้าอย่างแท้จริง แล้วพระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งดีต่างๆในชีวิตให้กับเราอย่างอัศจรรย์ใจครับ สิ่งดีที่เราคาดคิดไม่ถึงครับ
โรม 12:1-2
“ดังนั้น พี่น้องทั้งหลาย โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์ที่มีชีวิต และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่าน 2อย่าลอกเลียนแบบอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม”
พี่น้องที่รักครับ ในพันธสัญญา เราก็มีชายที่ชื่อ ซาอูลนะครับ เขามาจากเผ่าเบนจามินด้วยครับ เหมือนกษัตริย์ซาอูล ชายที่ชื่อซาอูล ในภาษาฮีบรู หรือ เซาโล ในพันธสัญญาใหม่ ก็เคยต่อต้าน ปฏิเสธ และเป็นปฏิปักษ์กับ กษัตริย์เมสสิยาห์ พระเยซูคริสต์ แต่ซาอูลคนนี้ แก้ตัวใหม่ครับ โดยพระคุณพระเจ้า คือ อัครทูตเปาโลที่ พบพระคริสต์ระหว่างทรงไปดามัสกัส และที่นั้น ซาอูลคนนี้ มอบ เสื้อคลุม เครื่องอาวุธ ดาบ คันธนู และเข็มขัด ให้กับพระคริสต์ เหมือนโยนาธาน ท่านเขียนจดหมายฝากในโรม 12 นี้แหละครับ
ให้เราร่วมใจกันอธิษฐาน
